✧ English Communication

✧ Self-Information ✧
การให้ข้อมูลหรือการเขียนข้อมูลส่วนบุคคล

เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะให้บุคคลอื่นรู้จักตัวเราให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเราและบุคคลอื่น การให้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ส่วนสูง น้ำหนัก ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้นเป็นสิ่งที่จะให้บุคคลอื่นรู้จักตัวเราในเบื้องต้น ก่อนที่จะดำเนินการหรือติดต่อสื่อสารกันในเรื่องอื่นต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอบถามและการให้ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลมักจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นทั้งด้านกายภาพ เช่น น้ำหนัก ความสูง เชื้อชาติ สัญชาติ และข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ e-mail address สถานที่ทำงาน อาชีพ สถานภาพการสมรส เป็นต้น ส่วนใหญ่เรามักจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องต่อไปนี้

  • ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น

A: What is your name? / Please write your name.
B: My name is Susan. / I'm Susan.
A: What is your surname/last name? / Please write your surname/last name.
B: My surname/last name is Srisanwong.
A: What's your nickname? /Please write your nickname.
B: My nickname is Hong.

  • วัน เดือน ปีเกิด

A: When were you born? /Please write your date of birth.
B: I was born in October 1970. / I was born on October 12, 1970.

  • ส่วนสูง น้ำหนัก

A: How tall are you? / Please write your height.
B: I'm 180 centimeters tall.
A: How much do you weigh? / Please write your weight.
B: I weigh 50 kilograms.

  • เชื้อชาติ/สัญชาติ

A: What's your race? / Please write your race.
B: Chinese.
A: What's your nationality? / Please write your nationality.
B: Thai. /I'm Thai.

  • ที่อยู่

A: What's your address? / Where do you live?/ Please writeyour address?
B: I live at 74 Suwinthang Road, Nongchock, Bangkok. / I live on Ramkamhaeng Road.

  • สถานที่ทำงาน

A: Who do you work for?
B: I work for Honda Company.
A: Where do you work?
B: I work at Led.Corp Construction.

  • อาชีพ /งานที่ทำ

A: What do you do? / What's your occupation?
B: I'm a welder.

  • จำนวนสมาชิกในครอบครัว

A : How many brothers and sisters do you have?
B: I have one sister and two brothers.
A: How many persons are there in your family?
B: There are six persons in my family.

  • หมายเลขโทรศัพท์/e mail address

A: Do you have any telephone number or an e-mail address?
B: Yes, my telephone number is 02-7455498, my mobile phone number is 089-4577411 and my e-mail is [email protected].

  • อายุ (Age)

A: How old are you? /What's your age?/Please write your age?
B: I'm 18 years old.

  • สถานภาพการสมรส (Marital Status) เช่น

married = แต่งงานแล้ว single =โสด divorced =หย่า widowed =หม้าย separated =แยกกันอยู่
A : What's your marital status?
B: I'm single.
A: Are you married?
B: Yes, I am married.

✧ Phoning ✧
การสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์

การสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่สร้างความหนักใจให้หลายคน โดยเฉพาะคนทำงานไม่อยากรับโทรศัพท์ เพราะเกรงว่าเป็นชาวต่างชาติโทรมาแล้วจะคุยกันไม่รู้เรื่อง การสนทนาภาษาอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์โดยทั่วไปมีดังนี้

  • ขั้นตอนการโทรศัพท์ (Making a phone call procedure)

เริ่มจากการทักทาย (Greeting) เช่น Hello, Good morning/afternoon/evening จากนั้นให้ข้อมูลของผู้พูดว่าเป็นใคร จากหน่วยงานใด เช่น This is Pasakorn from Isuzu company. หรือ My name is Cristopher from AIS. สุดท้ายแจ้งวัตถุประสงค์ของการโทรศัพท์ เพื่อต้องการสอบถามข้อมูลหรือต้องการพูดสายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เช่น I want to make an appointment with Ms. Rose. หรือ I want to speak to the reception, please. เป็นต้น

  • การรับโทรศัพท์

การรับโทรศัพท์เป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานหรือการทำธุรกิจ เนื่องจากในการทำงานหรือธุรกิจเน้นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว สะดวก บุคคลในทุกสาขาอาชีพจึงหลีกเลี่ยงการรับโทรศัพท์ไม่ได้เลย

  • การเริ่มต้นประโยคสนทนาทางโทรศัพท์

สามารถเริ่มต้นด้วยประโยคทักทายที่ใช้กันบ่อยและคุ้นเคยกันดี เช่น Hello, Hi, Good morning ฯลฯตามด้วยการบอกชื่อของผู้พูดเองหรือสถานที่ที่อยู่ เช่น
- ... is speaking. ..(ชื่อ)...รับสาย
- This is
- Hello. Silom Apartment.
May I help you?

  • การขอพูดสาย เช่น

    - May I speak to... please?
    - Can I talk to... please?
    - I want to talk to ... please.
    - I'd like to speak to... please.
    - Is... there?
    - Would you please call Tom to the phone?

  • หากต้องการให้อีกฝ่ายช่วยต่อสายหรือโอนสายไปหาผู้รับปลายทาง

    - Would you please connect me to...in the...Section?
    - Could you connect me to extension 222?
    - Hello. Extension 545, please.
    - Room 889, please.
    - I want number 211.
    - Please connect me with...

  • หากต้องการทราบว่าผู้พูดนั่นเป็นใคร

    - Who is this speaking, please?
    - May I ask who's calling, please?
    - What's your name please?
    - Who shall I say called?
    - Who shall I say is calling?

  • หากเราต้องการบอกคู่สนทนาว่า รุณาถือสายรอสักครู่

    - Please hold on (the line).
    - Wait a minute, please.
    - Hold on the line, please.
    - Wait a moment, please.
    - Just a moment, please.
    - Just a few minutes, please.
    - Just a second, please.
    - Will you hold a line for a few minutes, please?

  • หากผู้ที่ถูกขอสายไม่อยู่หรือไม่ว่าง

    ให้กล่าว sorry หรือ 'm sorry เพื่อความสุภาพ แล้วตามด้วยประโยค เช่น
    - Sorry to keep you waiting.
    - He's not available now.
    - She's taking her leave now.
    - He is out for lunch.
    - She is on another line.
    - Someone is on the phone.

  • การฝากข้อความ

    การฝากข้อความไว้เพื่อให้ติดต่อกลับหรือได้รับเรื่องให้ทราบ ซึ่งการฝากหรือรับฝากข้อความ เช่น
    - May I leave a message?
    - Would you please take a message?
    - Will you wish to leave a message for him?
    - Would you like to leave a message?
    - Have you any messages for her?
    - Is there any messages?

  • ในกรณีที่คนโทรมาผิดเบอร์ สามารถใช้ประโยค

    - Sorry. I think you have the wrong number.
    - Sorry. I think you called the wrong number.
    - I'm afraid. You have got the wrong number.
    - I'm sorry. There is no one here by that name.

  • ก่อนวางสายก็ต้องมีการกล่าวคำอำลาหรือบอกลาอย่างสุภาพ

    - Good bye, Bye
    - Thank you for calling.
    - Talk (to you) later.
    - Talk (to you) soon.
    - I will call you later/soon.

ตัวอย่างบทสนทนา
A : Hello! May I speak to Donna, please?
B : Hold on the moment, please.
A : All right, thanks.
B : I'm sorry. She's not in now. Do you want to leave a message?
A : Of course. Please tell her "Sam" called. And ask her to call me back very soon.
B : OK. I will tell her when she gets back.
A : Thank you

✧ Weather ✧
การถามถึงลักษณะสภาพอากาศ

ใช้ Tense (กาล) 3 กลุ่มใหญ่ได้แก่

  • ปัจจุบัน (Present tense)ถามสภาพอากาศตอนนี้หรือวันนี้
    What is the weather like?
    What is the weather like today?

  • อดีต (Past tense)ถามสภาพอากาศที่ผ่านมาแล้ว
    What was the weather like?
    What was the weather like yesterday?

  • อนาคต (Future tense) ถามสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้น
    What will the weather be like tomorrow?

  • การบรรยายถึงสภาพอากาศ มักใช้ประโยคต่อไปนี้

    It is เช่น It is drizzling today.

    It was เช่น It was cold yesterday.

    It will be เช่น It will be sunny tomorrow.

  • คำบรรยายสภาพอากาศที่มักพูดกันในชีวิตประจำวัน

    • It's fine. ท้องฟ้าแจ่มใส

    • It's sunny. แดดออก

    • It's very hot. ร้อนมาก

    • It's breezy. มีลมเย็น ๆ

    • It's windy. ลมแรง

    • It's stormy. มีพายุแรง

    • It's cloudy. มีเมฆมาก

    • It's cold. อากาศหนาว

    • It's freezing. อากาศหนาวมาก

    • It's raining. ฝนกำลังตก

    • It's drizzling. ฝนกำลังตกปรอย ๆ

    • It's pouring (down). ฝนกำลังตกหนัก

      ยกเว้นบางกรณี เช่นฝนตกกับหิมะตก มักใช้คำว่า rain, pour (down), drizzle, snow เป็นกิริยาแท้ได้เลย เช่น It's drizzling now., It snowed last week. It will rain tomorrow.

      ในการบรรยายสภาพอากาศมักเติม Suffix (--y) หลังคำ adjective เช่น

    • Rain ----> rainy

    • Storm ----> stormy

    • Sun ----> sunny

    • Wind ----> windy

    • Cloud ----> cloudy

  • ฤดู (seasons) ในประเทศไทยมี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ยกเว้นภาคใต้มี 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อนและฤดูฝน ส่วนในประเทศแถบยุโรป อเมริกา มี 4 ฤดูได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว คำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาล ได้แก่

    • Spring ฤดูใบไม้ผลิ

    • Summer ฤดูร้อน

    • Autumn (fall) ฤดูใบไม้ร่วง

    • Winter ฤดูหนาว

    • Rainy ฤดูฝน

      การใช้คำบุพบท ใช้ in + season, month, year, city เช่น in spring, in summer, in May, in 2012, in Bangkok

  • คำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับสภาพอากาศที่ควรทราบ

    How do you think about the weather here? (คุณคิดอย่างไรกับอากาศที่นี่)
    How many seasons are there in Thailand? (ในประเทศไทยมีกี่ฤดู)
    Which season should you wear sweater? (ฤดูไหนที่คุณควรสวมเสื้อกันหนาว)
    What season do you like? (คุณชอบฤดูไหน)
    What do you like to do in winter? (คุณชอบทำอะไรในฤดูหนาว)
    Which season don't you like? Why? (คุณไม่ชอบฤดูอะไร เพราะเหตุใด)
    How is the weather in Bangkok? (อากาศที่กรุงเทพฯเป็นอย่างไร)
    The weather is good today, isn't it? (วันนี้อากาศดีใช่ไหม)

 

  • 111จำนวนผู้เข้าชม: